2007/Feb/18

ครูบ้านนอก'89

ตอน โรงเรียนของหนู

...

..

เช้านี้ ครูบ้านนอกจำนวน 27 ท่าน นัดหมายพบกันในเวลา เกือบๆ แปดโมง

เพราะเหล่าครูจะต้องเดินเท้าเป็นระยะทาง 1 กิโลเมตร เพื่อมุ่งหน้าไปยังโรงเรียน

โรงเรียนเป้าหมายของภารกิจ ครูบ้านนอก ในโครงการเด็กดอย คอยรัก

คือ โรงเรียนบ้านผาขวางพัฒนา สาขาบ้านแคววัวดำ

การเดินทางเริ่มต้น

ครูๆ หลายท่าน เริ่มออกเดินไปตามเส้นทาง

สองมือหยิบจับ หนังสือ อุปกรณ์การเรียน ของเล่น ขนม ไปด้วย

สัมภาระทุกชิ้น ต่างถูกแบ่งกันหอบหิ้วอย่างเต็มใจ ไม่มีคำว่าหนัก หรือเหนื่อย

แต่สิ่งที่หนักที่สุด ที่เหล่าครูบ้านนอกพร้อมใจหอบหิ้วเอาไปด้วยนั้นคือ

หัวใจ ที่เปี่ยมล้นไปด้วย ความรัก และ วิญญาณของคำว่า ครู

...

..

ต้นหญ้าสองข้างทาง

ทางเดินที่คนโบราณเรียกว่าทางเกวียน

ต้นไม้สองข้างทางที่โดนฝุ่นจับจนกลายเป็นสีแดง

ช้ายขวาหน้าหลัง มองเห็นแต่เพียงภูเขา กับท้องฟ้า

เสียงคุยจ่อกแจ่กของเหล่าครูและนักเรียน ที่จูงมือกันเดิน

มองไม่เห็นร่องรอยของความเหนื่อยล้า

แต่สิ่งที่ฉันมองเห็นคือ รอยยิ้ม เปื้อนใบหน้าของครูทุกคน

ภายในใจของครูแต่ละท่านคิดอะไรอยู่ ฉันไม่ทราบ

แต่ที่แน่ๆ ในใจฉัน มันตื่นเต้นแบบบอกไม่ถูก

"ฉันจะทำได้ไหม.."

เป็นคำถามที่ดังแว่วมาตลอดทั้งคืน รวมถึงตอนนี้ด้วย

ถึงโรงเรียนแล้ว..

ครูต่างพากันวางสัมภาระ..และสำรวจรอบๆโรงเรียน

อาคารแรกสุดเป็นอาคาร ห้องสมุด

อาคารถัดไปถูกแบ่งครึ่งห้องด้วยตู้ ครึ่งหนึ่งสำหรับเด็กป.5 และอีกครึ่งหนึ่ง ของเด็กป.6

อาคารสองชั้น ที่ชั้นล่าง หนึ่งห้องสำหรับ ป.2

อีกหนึ่งห้องเป็นของป.4

ชั้นบน มีสองห้อง ขนาดห้องประมาณ 9 ตารางเมตร สำหรับป.1 และป.3

อาคารถัดไปเป็นอาคารเปิดโล่ง สำหรับประชุม ขนาดเล็กกระทัดรัด

และติดๆกันเป็นครัว

แต่ละอาคาร มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก

จำนวนนักเรียน 83 คน ต่อจำนวนครู 3 คน

เรียกว่า ครูน้อยมาก..ต่อจำนวนนักเรียน ที่ต้องสอน และรับผิดชอบ

เก้านาฬิกา .. สำหรับที่นี่ เริ่มจะเคารพธงชาติ

ครั้งสุดท้าย ที่ฉันยืนเข้าแถวเคารพธงชาติ คงจะเป็นเมื่อ มัธยม.6

พอเข้ามหาลัย ก็ไม่มีกิจกรรมแบบนี้อีกเลย

ครั้งนี้ ที่ฉันยืนเข้าแถวพร้อมๆนักเรียน

เป็นอีกครั้งที่ฉันรู้สึก ภาคภูมิใจกับการมีเพลงชาติให้เราได้ร่วมร้อง

ร้องอย่างชัดถ้อยชัดคำ และ เปล่งเสียงดังออกมาอย่างสุขใจ

ไม่ใช่เรื่องแปลก กับการที่นักเรียนที่นี่ ไม่มีเสื้อนักเรียนสีขาว

ไม่มีกางเกงสีกากี ไม่มีร้องเท้าผ้าใบ

หรือรองเท้าหนังสำหรับนักเรียนที่ใส่ทั่วไป ที่ฉันเคยเห็นมาจนชินตา

..

..

นักเรียนส่วนใหญ่ ใส่รองเท้าแตะ

ไม่มีถุงเท้า

ใส่เสื้อยืดเก่าๆ ลวดลายตามสะดวก

..เพราะอะไรน่ะหรือ..

??

..

.

เพราะ นักเรียนที่นี่ ต้องมาโรงเรียนด้วยการเดิน

ระยะทางต่ำสุด คือ หนึ่งกิโล

นักเรียนบางคน ต้องเดินเท้าจากหมู่บ้านของตนมาเรียน ถึง 4 กิโล

หากสวมถุงเท้าขาว หรือสวมเสื้อนักเรียนสีขาว

มันก็คงจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลจากฝุ่นได้ภายในพริบตา

แต่สิ่งเหล่านี้เอง ทำให้ฉันรู้สึก ทึ่งในคำว่าอุตสาหะ

ระยะทางที่แสนไกล..แต่เขากลับยังมานะที่จะมาโรงเรียน เพื่อเรียน

...

..

สำหรับที่นี่

ภารโรง คือ นักเรียน

พวกเขา เก็บกวาด ทำความสะอาดโรงเรียนด้วยตัวเอง

แม่ครัว ก็คือ นักเรียน

พวกเขา ต้องเจียดเวลาเรียนตอนก่อนจะเที่ยง มาทำกับข้าวกันเอง

..

..

หลังจากการสอน ก่อนพักทานข้าว

ฉันมีเวลาพักใหญ่ๆ ที่จะนั่งตรงระเบียงหน้าห้อง และมองพวกเขา

เหล่าแม่ครัวตัวน้อย..ง่วนกับการทำกับข้าว เพื่อเลี้ยงนักเรียนด้วยกัน

ภาพสมัยฉันอายุเท่าพวกเขาย้อนกลับมาอีกครั้งในสมอง

ฉันเรียนในโรงเรียนในตัวเมืองเชียงใหม่

มีครูมากมายที่สอนพวกเราไม่เคยขาด

มีภารโรง สามสี่คน

มีแม่ครัว ร่วมสิบคน

บางวันกับข้าวหลายอย่าง เราก็เลือกกิน และกินไม่หมด

บางครั้ง เราก็แอบทิ้งขยะเรี่ยราด เพราะมีภารโรงคอยดูแลความสะอาด

..นี่บนผืนดินเดียวกันกับฉันแน่หรือ..

ใยถึงได้ต่างกันได้ถึงเพียงนี้

...

..

..

โรงเรียนที่นี่ ไม่มีสายโทรศัพท์ลากเข้ามาถึง

ไม่มีสัญญาณสำหรับโทรศัพท์มือถือค่ายใดๆ

หนทางที่ทำให้โรงเรียนนี้สามารถติดต่อกับโรงเรียนแม่(หลัก)

และกระทรวงศึกษาธิการได้ ก็จาก ไปรษณีย์

และ จานดาวเทียมใบนี้

..

..

ไม่แน่ใจนัก ว่าจะมีใคร หรือครูท่านไหนสังเกตุเห็นว่า

มีจานดาวเทียมติดตั้งอยู่ด้านหลังของอาคารห้องสมุด

เป็นจานดาวเทียมจากโครงการ school net

หรือ อินเตอร์เนตโรงเรียน (สำหรับโรงเรียนห่างไกล)

ยังเป็นสิ่งที่ทำให้ครูๆสามารถติดต่อ ค้นหาข้อมูลได้อย่างสะดวก

แต่ก็คงไม่เพียงพอ เพราะโรงเรียนมีคอมพิวเตอร์รุ่นเก่าๆอยู่เพียง สามเครื่อง

สองเครื่อง สำหรับครู ไว้ใช้ทำงาน

มีเพียงเครื่องเดียว สำหรับ นักเรียน 83 คน ไว้หัดใช้

ไม่แน่ใจนัก กับจำนวนนักเรียนมากขนาดนี้

จะมีนักเรียนคนไหน ได้จับแป้นคีย์บอร์ดได้นานเกิน 5 นาที

...

..

ห้องสมุด มีชั้นหนังสืออยู่ด้านกลางห้อง

แต่มองดูจากสายตา ..มีหนังสือบนชั้นนั้น ไม่ถึง สองร้อยเล่ม

ที่นี่แทบไม่มีหนังสือ

ไม่มีหนังสือเรียนมากมายนัก ครูต้องให้นักเรียนยืมใช้

ใช้ผ่านมาหลายๆรุ่น หนังสือก็เริ่มเยิน..ไม่มีปก ไม่เหลือสันหนังสือ

...

..

ใกล้เวลาเลิกเรียนแล้ว

นักเรียนเริ่มทยอยเตรียมตัวเดินทางกลับ

หลายๆคน ต้องเดินทางกลับหมู่บ้านอีก 4 กิโลเมตร

นักเรียนหลายคน กลับไปที่หมู่บ้านพร้อมครู ..เดินเท้าอีก 1 กิโล

..

..

คำถามเกิดขึ้นในสมองตอนเดินทางกลับ

นักเรียนที่นี่..ขาดเพียงโอกาส

มีวิธีใดที่จะทำให้โอกาสที่อยู่ไกล สำหรับพวกเขา

ใกล้เข้ามา .. มากพอที่พวกเขาพอจะเอื้อมถึง

วิธีใด..

..ตอนต่อไป ..

จะสนุกสนาน กับกิจกรรมมากมาย ที่เหล่าครูบ้านนอก

เอามาหลอกล่อเหล่าทะโมนทั้งหลาน

ครูๆจะทำอย่างไร เมื่อนักเรียนกับครู พูดกันคนละภาษา

ติดตามจากตอนต่อไปค่ะ..

เณ มะ กวา สื่อ ดะ แล อ่อ โบ อื่อ จย่า (ภาษาลาหู่) : ยินดีที่ได้รู้จักกัน


เพลง โรงเรียนของหนู

by พงษ์สิทธิ์



edit @ 2007/02/19 00:24:13
edit @ 2007/02/19 00:25:07


edit @ 2007/02/19 00:28:06

Comment

Comment:

Tweet


สู้สู้cry question
#21 by แนน (58.9.230.155) At 2010-01-17 11:19,
#20 by น (58.9.230.155) At 2010-01-17 11:17,
ดีจังตื่นเต้นจริงๆด้วยbig smile
#19 by คน (202.28.27.3) At 2009-08-01 17:08,
อยากไปสอนบ้างครับ มีโครงการดี ๆ แบบนี้ บอกบ้่างได้ไหมครับ
#18 by เจ้าชายน้อย At 2007-05-08 12:44,
เราอยากไปชวยจังแลยที่ร.ร.ละ
#17 by oun1990 (58.8.157.196) At 2007-03-15 16:38,
เข้ามาเป็นกำลังใจให้คุณครูจิตใจงามอีกคนค่ะ วันหลังไปร่วมกิจกรรมบ้างได้มั้ยคะ ตอนอยู่มหาลัย ก็เคยไปจัดค่ายสร้างอย่างนี้เหมือนกัน พอโตแล้วก็หาโอกาสไปยาก อยากไปด้วยจัง
#16 by เพียว (213.42.21.76 /217.165.130.181) At 2007-02-24 12:51,
เข้ามากี่รอบ ก็ได้รู้สึกดีตลอดเลยค่ะ
เอาใจช่วยน๊า สู้ๆ
ไหวอยู่แล้วแหละเนอะ
#15 by KhunPumPui At 2007-02-24 00:27,
วันนี้เฮียของนุชก็จะไปแจกของเด็กๆ คะ สืบทอดความตั้งใจดีของคุณครูคะ
#14 by NunUCH ღ¸ღ MaiKu At 2007-02-21 22:03,
ดีจัง....เป็นกำลังใจให้นะคะ
#13 by (^_^)/nana At 2007-02-21 12:50,
ได้รับโปสการ์ดแล้วนะคะ..

ขอบใจมากจ้า...

คุณครูคิตตี้..ที่น่ารัก..
#12 by 12345 At 2007-02-21 08:18,
.....
เพิ่งย่างเข้ามาบล๊อกของครูเป็นครั้งแรก..
แล้วก็รู้สึกหวั่นไหวซะแล้วสิคะ
อยากจะขอเป็นกำลังใจให้นะคะ
คนที่จะทำเพื่อนเด็กจริงๆอย่างนี้ชาติต้องการอีกเยอะค่ะ
อยากขอบคุณครูๆด้วยนะคะ
ที่ทำเพื่อเด็กๆ

ถ้าอยากจะบริจาคต้องทำไงน้า

#11 by G๑1D F1$Hy At 2007-02-20 15:36,
ยังไม่เคยได้ไปเลย สู้ๆนะคะ
#10 by แมงปอ At 2007-02-20 13:42,
เห็นแล้วให้คิดถึงความแตกต่างของเด็กในเมืองกับเด็กนอกเมืองเลยนะคะ ... ขอบคุณอีกครั้งคะ คุณครู ที่เสียสละนะ
#9 by NunUCH ღ¸ღ MaiKu At 2007-02-20 13:06,
เก่งแหะ
#8 by i'm not a damn princess At 2007-02-20 12:57,
จริงๆแล้วผมก็ไม่รู้จักนะครับว่าพี่เป็นใคร แต่ผมชอบอ่านเรื่องของพี่จังเลยครับ
สู้ต่อไปนะครับ เห็นแล้วคิดถึงความฝันสมัยเด็กจังเลย เราอยากเรียนครูมากเลย แล้วก็อยากจะไปบรรจุในที่ๆยังขาดแคลนคุณครูอยู่ แต่ก็ต้องมาเรียนเภสัชตามคำขอของแม่ คิดถึงเรื่องนี้ทีไรน้ำตาไหลทุกทีเลย..แหะๆ แต่เอาเถอะเราจาเปงเภสัชกรที่ดีที่สุดให้ได้เยย แหะๆ
#7 by เด็กเภสัช (202.139.223.18) At 2007-02-19 19:54,
คุณครูสู้ สู้ นะคะ..

น่าภูมิใจจังเลยได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างอนาคตของชาติ..

ภูมิใจที่ได้รู้จัก..
#6 by 12345 At 2007-02-19 15:53,
ดูท่าทาง อากาศจะหนาวไม่ใช่เล่นเลยนะครับ ^^

อยากไปเร็วๆแล้วสิ
#5 by soundsyndrome At 2007-02-19 01:47,

อืม...


ถ้าไปอยู่แถวนั้น..ใครที่อ้วนๆคงได้ผอมกันทั่วหน้า




#4 by I'm Lost My Mind At 2007-02-19 01:40,
คิดถึงตอนสมัยประถมเหมือนกันแฮ่ะ ที่โรงเรียนเขาก็มีจานดาวเทียมนะ แต่ไม่รุ้ว่าเอาไว้ทำไร ไม่เคยได้ดูอะไรเลย
#3 by Paa orKant At 2007-02-19 00:42,
หึหึหึ

แยกครูกับเด็กไม่ออกแฮะ

ทำได้สิ

เข้มแข็งอยู่แล้ว

แมวอ่ะ
#2 by คนไม่มีหัวใจ At 2007-02-19 00:39,
หึหึหึ

แยกครูกับเด็กไม่ออกแฮะ

ทำได้สิ

เข้มแข็งอยู่แล้ว

แมวอ่ะ
#1 by คนไม่มีหัวใจ At 2007-02-19 00:39,